Print this page

"เซ็นทรัลแล็บไทย" พร้อมให้บริการทดสอบ "ตัวอย่างน้ำและสัตว์น้ำ" รองรับมาตรการ PPWR แบนสาร PFAS ในบรรจุภัณฑ์อาหาร

"เซ็นทรัลแล็บไทย" พร้อมให้บริการทดสอบ "ตัวอย่างน้ำและสัตว์น้ำ" รองรับมาตรการ PPWR แบนสาร PFAS ในบรรจุภัณฑ์อาหาร

สหภาพยุโรป (EU) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้บริโภคผ่าน กฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) ซึ่งถือเป็นกฎหมายสำคัญที่กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับบรรจุภัณฑ์ของสินค้าทุกประเภทที่วางจำหน่ายในตลาดยุโรป ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตภายในสหภาพยุโรปหรือสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

หนึ่งในประเด็นสำคัญของ PPWR คือ การจำกัดการใช้สารเคมีอันตรายในบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะสาร PFAS (Per- and Polyfluoroalkyl Substances) ซึ่งถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มคุณสมบัติกันน้ำ กันน้ำมัน และทนความร้อนให้กับบรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น กระดาษห่ออาหาร กล่องพิซซ่า ถุงเบเกอรี่ และบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารพร้อมรับประทาน

แม้ว่าสาร PFAS จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์ แต่สารกลุ่มนี้สลายตัวได้ยากในธรรมชาติ จึงถูกเรียกว่า "สารเคมีตลอดกาล (Forever Chemicals)" และอาจสะสมในสิ่งแวดล้อม รวมถึงร่างกายมนุษย์ จนก่อให้เกิดความกังวลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ PPWR จึงกำหนดให้ บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารต้องไม่มีสาร PFAS เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด โดยข้อกำหนดดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569 (2026) เป็นต้นไป นับเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของสหภาพยุโรปในการลดการใช้สารเคมีอันตรายควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ส่งออกไปยังตลาดยุโรป ควรเร่งเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบวัตถุดิบและสารเคมีที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ การขอเอกสารรับรองจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ การจัดทำเอกสารแสดงความสอดคล้องกับข้อกำหนด (Declaration of Conformity) ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ของสหภาพยุโรป

แม้การปรับตัวอาจก่อให้เกิดต้นทุนเพิ่มเติมในระยะเริ่มต้น แต่ในระยะยาว การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดสารอันตรายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดในสหภาพยุโรป ซึ่งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กล่าวได้ว่า มาตรการแบนสาร PFAS ไม่ใช่กฎหมายแยกต่างหาก แต่เป็นหนึ่งในข้อกำหนดสำคัญภายใต้ PPWR ที่สะท้อนทิศทางของสหภาพยุโรปในการยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ ทั้งด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามความคืบหน้าของกฎหมายและเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงตลาดยุโรปในอนาคต

ทั้งนี้เซ็นทรัลแล็บไทย พร้อมให้บริการรายการทดสอบกลุ่ม PFAS รวม 38 สาร ในตัวอย่าง "น้ำ" และ "สัตว์น้ำ" โดยสามารถรายงานผลได้ภายใน 10 วันทำการ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 08 6340 3219 และ 08 8634 1698

#เซ็นทรัลแล็บไทย #PFAS #PPWR #EU #ห้องปฏิบัติการ